คลังบทความของบล็อก

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567

สายใยแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

 27 มกราคม ค.ศ.1961

   สายใยแห่งพระมหากรุณาธิคุณ

ที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกศัลยกรรม "เมธาธิบดี"


Blessing of The Bangkok Christian Hospital







 27 มกราคม ค.ศ.1961

            หากย้อนอดีตไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มกราคม ค.ศ.1961 เมื่อ 63 ปีมาแล้ว สมเด็จพระศรี      นครินทราบรมราชชนนีทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกศัลยกรรม “เมธาธิบดี” ซึ่งคุณหญิงเมธาธิบดี (อรุณ สุทธเสถียร) บริจาคเงินสร้างเป็นที่ระลึกถึงมหาอำมาตย์โทพระยาเมธาธิบดี (สาตร สุทธเสถียร) ซึ่งถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.1956



ระเบียบการ พิธีเปิดตึกศัลยกรรม "เมธาธิบดี"



ทั้งนี้ Mrs. Welles ภรรยาของนายแพทย์มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
คนแรกได้บันทึกส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญนี้ไว้ในจดหมายที่เขียนถึงเพื่อนที่รัก 
ฉบับวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.1961 ว่า

เนื่องด้วยคุณหญิงเมธาธิบดี ผู้บริจาคเงินสร้างตึกนี้เป็นพระสหายเก่าของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงได้กราบบังคมทูลเชิญพระองค์ท่านเสด็จมาทรงเปิดป้ายชื่อตึกเมธาธิบดี และทรงตัดริบบิ้นเพื่อเปิดตึก คุณหญิงเมธาธิบดีและนายแพทย์มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ นำเสด็จพระราชชนนีทอดพระเนตรตึกศัลยกรรม “เมธาธิบดี” หลังจากนั้นแขกผู้มาร่วมพิธีเปิดตึกจำนวนประมาณ 400 คน จึงทยอยเข้าชมตึกผ่าตัดอันทันสมัย...ดีที่สุดในประเทศไทย ทันสมัยในทุกด้าน” 




นายแพทย์มาร์แชลล์ พี แวลส์
รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สดุดีพระยาเมธาธิบดี

มหาอำมาตย์โทพระยาเมธาธิบดี (สาตร สุทธเสถียร)
 

คำกล่าวสดุดีพระยาเมธาธิบดี โดย นายแพทย์มาร์แชลล์ พี แวลส์



ศาสนาจารย์วิเชียร วัฒกีเจริญ
ศาสนาจารย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน อธิษฐานขอพระพร


อาจารย์หมวก  ไชยลังการณ์
รักษาการนายกสภาคริสตจักรในประเทศไทย กราบทูลถวายการต้อนรับ



นายดำรง จ่างตระกูล ประธานกรรมการอำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
กราบทูลรายงานการก่อสร้าง



ศาสตราจารย์ จอน ซี. แมคคาย
คณะบดีกิติมศักดิ์ วิทยาลัยพระคริสตธรรมปริ้นส์ตัน สหรัญอเมริกา อธิษฐานเพื่อการถวายตึก













จากซ้ายมือ Mrs.Welles, คุณหญิงเมธาธิบดี และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 












คุณหญิงเมธาธิบดี (อรุณ สุทธเสถียร) , สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ,
นายแพทย์มาร์แชลล์ พี แวลส์








ตึกเมธาธิบดีเป็นตึกชั้นเดียว ใต้ถุนสูง 2.70 เมตร ขนาดกว้าง 13.60 เมตร ยาว 18.45 เมตร สูง 6.70 เมตร มีห้องทำงานทั้งหมด 8 ห้อง ภายในตึกมีเครื่องปรับอากาศส่วนกลาง มีระบบเครื่องดูดอากาศ ศูนย์เวชภัณฑ์ และเครื่องมือต่างๆที่ทันสมัย ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 749,018.26 บาท


ตึกศัลยกรรม "เมธาธิบดี"



ห้องผ่าตัด ตึกศัลยกรรม "เมธาธิบดี"



จากบันทึกส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญในจดหมายที่ Mrs.Welles เขียนถึงเพื่อนที่รัก 
ฉบับวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.1961 ความว่า

"...ภาพห้องผ่าตัดห้องหนึ่งในสองห้อง ซึ่งแสดงให้เห็นโคมไฟผ่าตัดใหม่ German Hanaulux ซึ่งเพิ่งมาถึงทันพิธีเปิดอาคารพอดี เตียงผ่าตัดซื้อจากประเทศอังกฤษจาก Allen & Hanbury Co.  นี่เป็นของขวัญคริสตมาสจากคณะนักศึกษาของ Davidson College, North Carolina ซึ่งเราได้เล่าไปในจดหมายฉบับวันที่ 14 มีนาคม 1960 แล้ว กระเบื้องที่ระยิบระยับอยู่บนผนังสีเขียวมาจากญี่ปุ่น สายไฟสองเส้นที่มาจากเพดานแต่ดูเหมือนออกมาจากโคมไฟเป้นส่วนหนึ่งของระบบ central oxygen และ ระบบsuction ซึ่งมาจากชิคาโก นี่เป็นระบบแรกที่ใช้ในโรงพยาบาลในประเทศไทย นอกเหนือจากห้องผ่าตัดใหญ่สองห้องแล้ว ยังมีห้องผ่าตัดเล็กและ แผนกจ่ายกลางสำหรับทั้งโรงพยาบาลเพื่อ การฆ่าเชื้อ ฯลฯ ห้องพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด และ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับแพทย์และพยาบาล อาคารหลังนี้สร้างขึ้นสำหรับ โรงพยาบาลขนาด 125 เตียง ซึ่งเราหวังว่าจะบรรลุเป้าหมายในอีกสองหรือ สามปี ข้างหน้า นี่เป็นอาคารที่ดีที่สุดในประเทศไทย ทันสมัยในทุกๆด้าน..."


การยกตึกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย 


 4 เมษายน ค.ศ.1965

            ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ค.ศ.1965 ได้มีการปรับถนนสีลม ทำให้ระดับถนนสูงกว่าชั้นล่างของตึกเมธาธิบดี ขณะเดียวกันตึกประสงค์ชัยรัตน์ หรือตึกคนไข้ภายใน 5 ชั้น กำลังดำเนินการก่อสร้าง มีความต่างระดับกับตึกเมธาธิบดี โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนได้ว่าจ้างให้บริษัท คริสเตียนนี่ แอนด์ เนลสัน ทำการยกตึกเมธาธิบดีทั้งหลัง ซึ่งหนักถึง 400 ตัน กว้าง 13.60 เมตร ยาว 18.45 เมตร สูง 6.70 เมตร ซึ่งต้องการยกตึกให้สูงขึ้นอีก 1.63 เมตร เพื่อให้ระดับพื้นห้องผ่าตัดของตึกเมธาธิบดีเสมอกับชั้น 2 ของตึกประสงค์ชัยรัตน์ หรือตึกคนไข้ภายใน 5 ชั้น ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม่ เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายคนไข้ 

        นายแพทย์มาร์แชล พี แวลส์ ได้ปรึกษากับผู้จัดการบริษัท คริสเตียนนี แอนด์ เนลสัน ถึงควมเป็นไปได้ในการยกตึกนี้ขึ้น แล้วตัดสินใจร่วมกันกับนพ.ประสงค์ ชัยรัตน์ จากนั้นผู้จัดการจึงได้ติดต่อกับบริษัทแม่ในกรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งเคยยกตึกในกรุงปารีสมาก่อน ซึ่งเป็นการยกตึกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย 

ข่าวจากน.ส.พ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 เมษายน 1965




นายแพทย์ประสงค์  ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
คอยดูแลเรื่องการยกตึกเมธาธิบดีทั้งหลัง


            นับเป็นการยกตึกทั้งหลังครั้งแรกของประเทศไทย โดยการยกตึกครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ค.ศ.1965 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการราว 300,000 บาท คนงานกว่าครึ่งร้อยใช้เหล็กสะพานรถไฟ 50 ตัน ไม้หมอนรถไฟอีก 100 ดุ้น เข้ารับน้ำหนักของตึกจุดต่างๆตามที่กำหนดไว้ เมื่อดีดขึ้นไปหน่อยหนึ่งก็เอาไม้หนุนไว้เรื่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจากการดีดระดับตึก วิศวกรของบริษัท คริสเตียนนี แอนด์ เนลสัน ได้กำหนดการดีดเอาแม่แรง ยกตัวตึกสูงประมาณ 10-15 เซนติเมตรต่อชั่วโมง จนกว่าจะได้ 1.63 เมตร ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง 
            ผลจากการดีดตึกเมธาธิบดีในครั้งนี้ ประกอบกับมีการเสริมฐานรากของตึกเข้าไปอีก ทำให้ต่อมาโรงพยาบาลฯ สามารถต่อเติมตึกนี้ได้อีก 2 ชั้น เดิมทีตึกนี้เป็นตึกชั้นเดียว ใต้ถุนสูง เมื่อดีดตึกขึ้นไปอีก ทำให้สามารถใช้ชั้นล่างเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั้น ต่อมาเมื่อมีการต่อเติมชั้นบนเพิ่มขึ้น ตึกเมธาธิบดีจึงกลายเป็นตึก 3 ชั้น  โดยชั้น 3 เป็นห้องคลอด ชั้นล่างเป็นแผนกเอกซเรย์, เป็นห้องปฏิบัติการและชันสูตรโรคสำหรับคนไข้นอก บริเวณชั้น 2 เป็นห้องผ่าตัดใหญ่ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1985 ได้สร้างตึกหมอบรัดเลย์ ห้องผ่าตัดใหญ่จึงได้ยายไปอยู่ที่ ชั้น 3 ตึกหมอ
บรัดเลย์


วันนี้โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
ดำเนินกิจการด้านสาธารณสุขทางการแพทย์ 
ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 อย่างมั่งคงด้วยพระพรของพระเจ้า


  ด้วยยังคงยึดมั่นในพระธรรมคำสอนของพระเยซูคริสต์ 
จากก้าวแรก "คนปกติไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บต้องการหมอ (ลูกา 5 :31) 
สู่ก้าวต่อไปอย่างมั่งคงด้วยปณิธานที่ว่า "จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย" (มัทธิว 10 : 8)



จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า

และอย่าลืมพระราชกิจอันมีพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์ 

ผู้ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของท่าน 

ผู้ทรงรักษาโรคทั้งสิ้นของท่าน 

(สดุดี 103:2-3)


 Praise the Lord, my soul, 

and do not forget how kind he is. 

He forgives all my sins

and heals all my diseases. 

( PSALM 103:2-3)





เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก

- พญ.อัมพร จิระพงษา, นพ.สมยิ่ง เชาวรียวงษ์ : ประวัติการก่อตั้งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน"
  เหตุกาณ์สำคัญต่างๆในช่วง 37 ปี, หนังสือที่ระลึกเนื่องในพระราชวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรง
  ประกอบพิธีเปิดอาคารหมอบรัดเลย์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, 3 สิงหาคม ค.ศ.1987 
พญ.อัมพร จิระพงษา : ผู้บุกเบิกและพัฒนาโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน", หนังสือที่ระลึกเนื่องใน
  พระราชวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดอาคารหมอบรัดเลย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ
  คริสเตียน, 3 สิงหาคม ค.ศ.1987 
- พญ.สุนันทา เศวตมาลานนท์ : นายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ "บุรุษผู้มองการณ์ไกล" 
   หนังสือครบรอบ 50 ปีโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน 1949-1999
- บันทึกจดหมายของMrs.Welles ภรรยาของนายแพทย์มาร์แชลส์ ฟิลิป แวลส์ ฉบับวันที่ 25 เมษายน 
   ค.ศ. 1950 แปลและเรียบเรียงโดย คุณธีรพันธ์ บุญมาพจร




แผนกพิพิธภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
 































  

 


 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รำลึกถึงหมอบรัดเลย์ 23 มิถุนายน 2568

หมอบรัดเลย์:แพทย์มิชชันนารี ผู้จุดประกาย การแพทย์แผนใหม่และการพิมพ์แห่งสยาม วันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงศาสนาจารย์ นายแพทย์ แด...