คลังบทความของบล็อก

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568

รำลึกถึงหมอบรัดเลย์ 23 มิถุนายน 2568

หมอบรัดเลย์:แพทย์มิชชันนารีผู้จุดประกาย

การแพทย์แผนใหม่และการพิมพ์แห่งสยาม




วันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงศาสนาจารย์ นายแพทย์ แดช บีช บรัดเลย์  หรือ "หมอบรัดเลย์" แพทย์มิชชันนารีชาวอเมริกัน ผู้อุทิศตนเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นผู้จุดประกาย "แสงสว่างแห่งความหวังและความมีชีวิตรอด" จากโรคร้ายด้วยวิทยาการทางการแพทย์แผนใหม่ หมอบรัดเลย์เดินทางเข้ามาในแผ่นดินสยามพร้อมกับภรรยา ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ.1835 ซึ่งตรงกับวันครบรอบวันเกิดในปีที่ 31 ของท่านพอดี

จุดหมายปลายทางแพทย์มิชชันนารีผู้นี้คือ การประกาศพระกิตติคุณของพระผู้เป็นเจ้า ตลอดระยะเวลา 38 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทย งานเผยแผ่คริสตศาสนาแม้จะเป็นภารกิจหลัก หากแต่ไม่ได้รับการตอบรับจากคนไทยเท่าที่ควร แต่ทว่าการริเริ่มกิจการอื่นๆ กลับมีบทบาทและมีอิทธิพลต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล

ศาสนาจารย์ นายแพทย์ แดช บีช บรัดเลย์

ผู้จุดประกายด้านการแพทย์แผนตะวันตก

หมอบรัดเลย์ได้นำความรู้ทางการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาในประเทศไทย อย่างการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ ซึ่งในยุคนั้นเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก หมอบรัดเลย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการปลูกฝี โดยอาศัยหนองฝีที่ส่งมาจากต่างประเทศทั้งจากจีนและอเมริกา การริเริ่มในสมัยนั้น ต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจและถูกต่อต้าน แต่ด้วยความมุ่งมั่น ท่านได้ทำการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษสำเร็จเป็นคนแรกในประเทศไทย ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้อย่างมหาศาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือในการหาซื้อเชื้อหนองฝีโค ซึ่งต้องสั่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ปลูกฝีให้กับคนไทยในสมัยนั้น และให้แพทย์หลวงมาศึกษาวิธีปลูกฝีจากหมอบรัดเลย์ เพื่อขยายการปลูกฝีให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย

นอกจากนี้ หมอบรัดเลย์ยังได้ทำการผ่าตัดครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การแพทย์ของไทย คือการตัดแขนพระภิกษุรูปหนึ่งที่ได้รับอุบบัติเหตุจากกระบอกบรรจุดินดำทำพลุแตก ในงานฉลองที่วัดประยุรวงศาวาส หมอบรัดเลย์ต้องตัดแขนพระภิกษุรูปนี้เพื่อรักษาชีวิตไว้ ทางการแพทย์ถือว่าเป็นการผ่าตัดแผนปัจจุบันครั้งแรกของประเทศไทย วิทยาการทางการแพทย์แผนตะวันตกที่หมอบรัดเลย์ได้นำมารักษายังมีในเรื่องการการผ่าตัดเนื้องอก การถอนฟัน การรักษาต้อกระจก ฯลฯ


ผู้บุกเบิกด้านการพิมพ์
การพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ในประเทศไทยเริ่มต้นเมื่อหมอบรนัดเลย์เดินทางจากสิงคโปร์มาประเทศไทย และได้ซื้อตัวพิมพ์อักษรไทยและแท่นพิมพ์ไม้ติดตัวมาด้วย ตัวพิมพ์และแท่นพิมพ์ไม้ชุดแรกถูกนำมาตั้งเป็นโรงพิมพ์ขึ้นที่ตรอกกัปตันบุช ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นแท่นพิมพ์ใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ยี่ห้อโอติส และสแตนดิ้ง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์การพิมพ์สยาม เพราะพิมพ์ได้สวยงามและมีประสิทธิภาพสูง

สิ่งพิมพ์ฉบับแรกที่หมอบรัดเลย์ได้พิมพ์ขึ้นในประเทศไทย คือ "หนังสือบัญญัติสิบประการ" ซึ่งเป็นการเริ่มต้นพิมพ์เกี่ยวกับศาสนา ต่อมาในปี ค.ศ.1839 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้โรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ "พิมพ์ประกาศห้ามสูบฝิ่น" นับเป็นสิ่งตีพิมพ์เอกสารทางราชการฉบับแรกในประวัติศาสตร์สยาม และได้พิมพ์หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของสยามขึ้นในชื่อว่า "หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอเดอ" พิมพ์หนังสือทางการแพทย์ หนังสือราชการ ประวัติศาสตร์ กฏหมาย ตลอดจนวรรณกรรม อย่าง สามก๊ก โดยเฉพาะนิราศเมืองลอนดอน ถือเป็นครั้งแรกที่มีกา่รซื้อขายลิขสิทธิ์วรรณกรรมไทย

38 ปีที่หมอบรัดเลย์อยู่ในประเทศไทย ท่านได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอดเวลา มีโอกาสเดินทางกลับบ้านเกิดที่สหรัฐอเมริกาเพียงครั้งเดียว เป็นช่วงเวลาที่ เอมิลี ภรรยาคนแรกเสียชีวิตในประเทศไทย การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้กินเวลา 3 ปี ช่วง ค.ศ.1847 - 1850 เมื่อกลับมาประเทศไทยอีกครั้งมาพร้อมภรรยาคนใหม่คือ ซาราห์ แบลชลี หลังจากนั้นท่านได้ลงหลักปักฐานอยู่ในประเทศไทยจนเสียชีวิตทั้งสองคน หมอบรัดเลย์มีบุตรกับเอมิลี 5 คน และกับซาราห์ 5 คน 

หมอบรัดเลย์มีชีวิตอยู่ในแผ่นดินสยามผ่านกาลเวลามาถึง 3 แผ่นดิน คือ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 และเสียชีวิตด้วยโรคไทฟอยด์เมื่ออายุได้ 69 ปี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ.1873


บ้านหมอบรัดเลย์ ถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1865 ( Image Source : Oberlin College Archives,United States)

บ้านหมอบรัดเลย์
ที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นที่พัก โรงพิมพ์ คลินิก แล้วยังใช้เป็นโบสถ์สำหรับนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ และยังเป็นแหล่งชุมนุมสังสรรค์ของฝรั่งในยุคนั้น แม้แต่เซอร์จอห์น เบาริง ราชทูตคนสำคัญของอังกฤษ ก็ยังเคยมานมัสการพระเจ้าที่โบสถ์แห่งนี้

ภาพจากหนังสือจดหมายเหตุฯ The Bangkok Recorder ประกาศแจ้งความ
นิทรรศการ 200 ปี หมอบรัดเลย์ การอภิปรายวิชาทางวิชาการ วันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.2004



ภาพจากหนังสือจดหมายเหตุฯ The Bangkok Recorder ประกาศแจ้งความ
นิทรรศการ 200 ปี หมอบรัดเลย์ การอภิปรายวิชาทางวิชาการ วันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.2004


ภาพจากหนังสือจดหมายเหตุฯ The Bangkok Recorder ประกาศแจ้งความ
นิทรรศการ 200 ปี หมอบรัดเลย์ การอภิปรายวิชาทางวิชาการ วันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.2004


หมอบรัดเลย์กับโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

การที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนมี "อาคารหมอบรัดเลย์" ตั้งตระหง่านอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่ออาคาร หากแต่เป็นอนุสรณ์แห่งความระลึกถึงแพทย์มิชชันนารีผู้บุกเบิกการแพทย์แผนใหม่ และสืบสานเจตนารมณ์พันธกิจแห่งการรับใช้ในการรักษาคนเจ็บให้หาย ด้วยความทุ่มเทและความเสียสละ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้เจ็บป่วยทุกคน


อาคารหมอบรัดเลย์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน



ผู้บริหารสภาคริสตจักรในประเทศไทย คณะกรรมการอำนวยการ คณะผู้บริหาร
และบุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


ในวันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ร่วมกับ สภาคริสตจักรในประเทศไทยคริสตจักร โรงเรียน และหน่วยงานราชการ  จัดพิธีนมัสการพระเจ้าเพื่อรำลึกถึงหมอบรัดเลย์ แพทย์มิชชันนารีผู้มีคุโณปการต่ออย่างใหญ่หลวง  ณ สุสานโปรเตสแตนต์ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญกรุง 


ศาสนาจารย์ ดร.ชำนาญ แสงฉาย ศิษยาภิบาลอาวุโสคริสตจักรราชเทวีกรุงเทพ
และอาจารย์กัลยา สีทองดี ประธานคณะสตรีภาคที่ 6


ศาสนาจารย์ ดร.เสมอใจ ศรีมาลา ประธานคริสตจักรภาคที่ 6 เทศนา หัวข้อ "สำเร็จแล้ว"


คณะนักร้องประสานเสียงโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน





คณะผู้บริหารและบุคลากรจากสภาคริสตจักรในประเทศไทย, โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, มูลนิธิ
คริสตจักรแบ๊บติสต์, โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, โรงรียนดาราวิทยาลัย, โรงเรียนวัดราชสิงขร, Modern International School Bangkok, คริสตจักรภาคที่ 6, คริสตจักรที่ 2 สามย่าน, คริสตจักรที่ 1 สำเหร่, คริสตจักรวัฒนา, คริสตจักรพลับพลา, คริสตจักรราชเทวีกรุงเทพ, คริสตจักรที่ 1 เชียงใหม่, ศาลาธรรมกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, คณะสตรีภาคที่ 6 และสำนักงานเขตบางคอแหลม ร่วมพิธีนมัสการพระเจ้าเพื่อรำลึกถึงหมอบรัดเลย์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ.2025 ณ สุสานโปรเตสแตนต์กรุงเทพ ถนนเจริญกรุง

หลุมฝังศพครอบครัวหมอบรัดเลย์ในสุสานโปรเตสแตนต์ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ
ประกอบไปด้วยหลุมศพของหมอบรัดเลย์, เอมิลี รอยซ์ บรัดเลย์ ภรรยาคนแรก,
ซาราห์ แบลชลี บรัดเลย์ ภรรยยาคนที่สอง และไอรีน บรัดเลย์ บุตรสาว


ด้วยยังคงยึดมั่นใน

พระธรรมคำสอนของพระเยซูคริสต์

จากก้าวแรก
     "คนปกติไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บต้องการหมอ" (ลูกา 5:31) 
สู่ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยปณิธานที่ว่า
     "จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย" (มัทธิว 10:8) 

 


จงวางใจในพระเจ้าด้วยสิ้นสุดในของเจ้า

และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง

จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า

และพระองค์จะทรงกระทำ

ให้วิถีของเจ้าราบรื่น

(สุภาษิต 3 : 5-6)


Trust in the LORD with all your heart.

Never rely on what you think you know.

Remember the Lord in everything you do,

and he will show you the right way.

(Proverbs 3 : 5-6) 

                 


    เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก :

    - หนังสือจดหมายเหตุ ประกาศแจ้งความ ในการอภิปรายทางวิชาการ 

      นิทรรศการ 200 ปี หมอบรัดเลย์  ปี 2547 

    - ส.พลายน้อย.200 ปี หมอบรัดเลย์ ชีวิตและงานอันยิ่งใหญ่ของชายผู้หนึ่ง.นิตยสารสารคดี ปีที่ 20 

      ฉบับที่ 233 กรกฎาคม 2547 


     

          แผนกพิพิธภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน        
                      © 2025 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและข้อมูล โดย พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รำลึกถึงหมอบรัดเลย์ 23 มิถุนายน 2568

หมอบรัดเลย์:แพทย์มิชชันนารี ผู้จุดประกาย การแพทย์แผนใหม่และการพิมพ์แห่งสยาม วันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงศาสนาจารย์ นายแพทย์ แด...