คลังบทความของบล็อก

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568

ความทรงจำ : อาคารประสงค์ ชัยรัตน์

โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

จากก้าวแรก...สู่การพัฒนาเพื่ออนาคต

 เล่าขานความทรงจำ

อาคารประสงค์ ชัยรัตน์ 

จากจดหมายของหมอแวลส์

จดหมายของนายแพทย์มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ หรือ หมอแวลส์
บันทึกความทรงจำในช่วงเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนคนแรกและหัวหน้าคณะแพทย์ ช่วงค.ศ.1949 - 1972



          โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนก่อตั้งขึ้นบนถนนสีลมในยุคสมัยที่มีคลองสีลมขนาบคู่ขนานไปกับถนนที่เคยมีการสัญจรด้วยพาหนะทั้งรถรางสายศาลาแดง-บางรักและรถเมล์ขาว เป็นย่านพักอาศัยของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ในยุคแรกแห่งการก่อตั้ง ค.ศ.1949 อาคารผู้ป่วยในยุคนั้นยังเป็นเพียงเรือนไม้ครึ่งตึก 2 ชั้น โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนใช้พื้นที่บริเวณสนามหญ้าหน้าอาคารผุ้ป่วยในหลังนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีนมัสการพระเจ้าเปิดโรงพยาบาลฯ อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “กรุงเทพคริสเตียนพยาบาล” เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ.1949 โดย ฯพณฯ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีเปิด


ทางเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนด้านคลองสีลม ช่วง ค.ศ. 1950-1952


          จากบันทึกในจดหมายของนายแพทย์มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนคนแรก แพทย์มิชชันนารีชาวอเมริกันที่เขียนจดหมายถึงเพื่อนๆที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่อง นับจากขวบปีแรกที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลและหัวหน้าคณะแพทย์ จนถึงวันที่ท่านลาจากประเทศไทยไปพำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ.1972



อาคารผู้ป่วยในหลังแรก โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ช่วง ค.ศ. 1951

ค.ศ.1949...จากอาคารผู้ป่วยในเรือนไม้ครึ่งตึก

“...เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เรามีผู้ป่วยในโรงพยาบาลเฉลี่ยวันละ 9-10 คน ปัจจุบันเรามีผู้ป่วยเฉลี่ยวันละ 15-25 คน อาคารด้านขวามือเคยเป็นบ้านของคนไทย ซึ่งเรามาดัดแปลงเป็นห้องพักผู้ป่วย ชั้นล่างเป็นห้องพักผู้ป่วยชายและหญิง วอร์ดละ 9 เตียง ห้องเอกซเรย์ซึ่งมีเครื่องเอกซเรย์ขนาดใหญ่ใหม่เอี่ยม และห้อง Lab ที่มีอุปกรณ์ครบครัน ชั้นบนมีห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว 14 ห้อง และหอพักผู้ป่วยหลังคลอด 5 เตียง อาคารคอนกรีตด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้นใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เชื่อมต่อกับอาคารหลังอื่นๆ ด้วยทางเดินสั้นๆ อาคารนี้ที่ชั้นล่างมีห้องผ่าตัด 2 ห้อง ส่วนชั้นบนเป็นห้องคลอด ห้องเนอร์สเซอรี่ และห้องพักผู้ป่วยเดี่ยวอีก 3 ห้อง  ปัจจุบันเรามีพยาบาลวิชาชีพ 14 คน สำหรับโรงพยาบาลและแผนกรับเลี้ยงเด็ก

 (บางส่วนจากจดหมายหมอแวลส์ : ฉบับวันที่ 28 กันยายน ค.ศ.1951)                                                                                                              


Mr.Daniel Pattison เหรัญญิกของ The United Presbyterian Church Commission in New York
และนายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนคนที่ 2
วางศิลารากเพื่อก่อสร้างอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ.1962

                                                                                                                    ค.ศ.1962..สู่อาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น)   

พิธีวางศิลารากอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (9 พฤศจิกายน ค.ศ.1962)

          “เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ..1962 โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนได้จัดให้มีการนมัสการที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งเรียกกันว่าพิธีวางศิลาราก อาคารผู้ป่วยใน และพิธีมอบถวายอาคารหอพักแพทย์ พยาบาล และพนักงาน หลังใหม่ หรือที่มีบางท่านกล่าวว่า"ริบบิ้น 3 เส้นและหิน 1 ก้อนซึ่งทั้งหมดนี้หมายความว่า เป็นวาระแห่งการก้าวกระโดดไปข้างหน้าของโรงพยาบาล พิธีนี้เป็นการก้าวสู่จุดสุดยอดของชั่วโมงหลายชั่วโมงของการคิดและการวางแผนในระยะเวลาหลายปี หลังจากพิธีมอบถวายอาคารผู้ป่วยนอกเสร็จสิ้นลงในเดือนพฤษภาคม .. 1957 เราได้หันเหความคิดและความฝันมาสู่วันที่เราจะสามารถก่อตั้งอาคารผู้ป่วยในแห่งใหม่ มันจะเป็นอาคารสมัยใหม่และแทนที่บ้านไม้หลังเก่า ซึ่งได้ใช้มานานตั้งแต่เปิดโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ..1949 อาคารผู้ป่วยนอกหลังเก่าชั้นล่างได้ถูกใช้เป็นที่พักผู้ช่วยพยาบาล 25 คน และชั้นบนใช้เป็นที่พักพยาบาลอาวุโส 4 คน


          เมื่อเกือบ 3 ปีมาแล้ว การเยี่ยมเยียนที่สำคัญมากมาจากคน 2 คน ทำให้เราเริ่มเปลี่ยนวิถีการคิดของเรา โครงการก้าวกระโดดไปข้างหน้าเริ่มที่จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา หนึ่งในสองท่านนั้นคือ มิสเตอร์แดเนียล แพตติสัน เหรัญญิกของ The United Presbyterian Church Commission in New York สำหรับงานมิชชันนารีของเรา ส่วนอีกท่านคือ มิสเตอร์เจมส์ ลิฟวิงสตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมโรงพยาบาล จากบริษัทใหญ่มากแห่งหนึ่งในเมืองดิทรอยด์ ขณะนั้น มิสเตอร์ลีฟวิงสตันได้สเกตซ์แบบแปลนใหม่ทั้งหมดให้โรงพยาบาลของเราซึ่งรวมถึงอาคารผู้ป่วยใน 93 ชั้น 114 เตียง (ต่อมาได้ขยายเป็น 5 ชั้น 150 เตียง) มีที่สำหรับซ่อมบำรุง ห้องครัว ซักรีด และที่พักสำหรับพนักงาน...อาคารผู้ป่วยในเดิมที่รับผู้ป่วยในได้ 50 เตียง จะไม่ได้ใช้สำหรับผู้ป่วยในอีกต่อไป เมื่ออาคารใหม่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์.....


.......มิสเตอร์แพตติสันกำลังวางศิลาราก พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทย หนังสือพิมพ์ประจำวันวันนั้นทั้งฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย เงินเหรียญทั้งไทยและอเมริกัน  และอัลบั้มลายเซ็นของผู้ที่มาร่วมงานวันนั้น ศิลารากจารึกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า “Jesus commanded them, saying, Heal the Sick”พระเยซูทรงสั่งเขาว่า “จงรักษาคนเจ็บให้หาย...”    

(บางส่วนจากจดหมายหมอแวลส์ : ฉบับวันที่ 25 มกราคม ค.ศ.1963)

Completion Fund อาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น)


อาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น) ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

                                                                                                        

พิธีเปิดอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (10 พฤศจิกายน ค.ศ.1965)

“...ซึ่งถ้าหากท่านสามารถมาได้ ท่านก็จะเข้าร่วมงานทางประตูใหม่ด้านหน้า และได้รับสูจิบัตรจากหนึ่งในเด็กอนุชนซึ่งเป็นลูกๆของพนักงาน ท่านคงจะได้นั่งภายใต้ปะรำใหญ่มหึมาขนาด 75x20 ฟุต ซึ่งขอยืมมาจากกรมโยธาเทศบาล หรือไม่ก็นั่งภายในห้องโถงของอาคารใหม่ เก้าอี้มาจากที่ต่างๆ เช่น สำนักพระราชวัง กรมการอุตสาหกรรมทหาร และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ The Reclining Buddha Temple)  


          และ หากท่านจะถ่ายรูป ท่านก็จะยืนอยู่กับกลุ่มคนที่ยืนอยู่รอบๆ เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมพิธีกว่า 700 คน  พิธีมอบถวายทางศาสนาต้องเริ่มเวลา 16:15 น. ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯมาถึง อธิษฐานโดย ดร. ธีโดดอร์ ดี สตีเวนสัน ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของ ยูไนเต็ดเพรสไบทีเรียนเชิร์ชคอมมิชชั่นด้านพันธกิจศาสนสัมพันธ์มิชชั่นและความสัมพันธ์ ( Dr. Theodore D. Stevenson, the Medical Director of The United Presbyterian Church Commission on Ecumenical Mission and Relations) ผู้ซึ่งบินมาจากอินเดียเพื่อเข้าร่วมพิธีที่กรุงเทพฯ  


          เพลง “คำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ของ Malotte ขับร้องโดย ศาสนาจารย์ ริชาร์ด เกรกอรี่ จาก คณะอเมริกันแบ็บติสต์มิชชั่นในประเทศไทย (“The Lord’s Prayer” by Malotte was sung by Rev. Richard Gregory, of the American Babtist Mission in Thailand) หลังจากการนมัสการสั้นๆนี้ ที่ประชุมก็นั่งรอคอยการเสด็จฯมาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความสงบ  

นายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนที่ 2 เฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9


          พระองค์เสด็จฯมาถึงเมื่อเวลา 16:30 น.ตรงด้านนอกประตูโรงพยาบาล, บนถนนสีลมที่พลุกพล่าน ตำรวจได้เบี่ยงการจราจรจากถนนหกเลนด้านหน้าโรงพยาบาล ทหารม้าสวมใส่ชุดเต็มยศ 4 คน และ นักเป่าแตรเดี่ยว 20 คนยืนหันหน้าสู่ประตูที่เปิดอยู่ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากรถเดมเลอร์สีทอง ทหารมหาดเล็กในชุดเครื่องแบบโบราณราชประเพณียืนอยู่ข้างละ 4 คน และ มหาดเล็กผู้เชิญพระกลดเพื่อบังแสงแดดให้พระองค์ และถัดไปภายในประตู  มีกองดุริยางค์ 24 ชิ้น จาก โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน (โรงเรียนเด็กผู้ชายของมิชชันซึ่งมีตั้งแต่ชั้นประถมหนึ่งถึงชั้นมัธยมปลาย) ยืนตรงและบรรเลงเพลงชาติไทย ถัดจากกลุ่มเด็กชาย เป็นเด็กหญิงจำนวน 30 คน ในชุดเสื้อฟอร์มสีขาว และ กระโปรงสีแดงจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนสตรีของมิชชันของเรา  ด้านหลังกลุ่มนี้เป็นคณะลูกเสือจากโรงเรียนชายเดียวกันข้างต้น 


          คณะแพทย์ และ พยาบาลของโรงพยาบาลเข้าแถวสองข้างลาดพระบาทสีแดงจากประตูโรงพยาบาลจนถึงเตนท์ปะรำพิธี คณะกรรมการอำนวยการของโรงพยาบาลยืนเรียงแถวต้อนรับเสด็จฯ และนายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้ถวายการแนะนำคณะกรรมการอำนวยการ ทางเบื้องหลังมีวงดุริยางค์ขนาดเล็กจากกรมศิลปากรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จนกระทั่งเสด็จประทับบนเก้าอี้สีทองหันพระพักตร์ไปทางที่ประชุม

 


ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น) 

          อาจารย์หมวก ไชยลังการณ์ ประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย ยืนและอ่านรายงานในแฟ้มหุ้มด้วยผ้าพิเศษเพื่อถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและที่ประชุม ท่านได้กล่าวถึงประวัติของงานด้านการแพทย์ของคณะมิชชั่น และ จุดประสงค์ของการก่อตั้งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน และ รายงานค่าก่อสร้างของอาคารใหม่  เมื่อประธานสภาคริสตจักรฯกล่าวถวายรายงานจบแล้ว ท่านได้ขอพระราชทานอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินกดปุ่มไฟฟ้าที่ด้านหน้าที่ประทับ ปุ่มไฟฟ้านี้ได้ปลดผ้าแพรโปร่งที่ผูกกับลูกโป่ง 45 ลูก คลุมซุ้มประตู เป็นสัญลักษณ์การเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ผ้าแพร และลูกโป่งได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าที่โปร่งใส


นายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนที่ 2 
คุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์กราบบังคมทูลเชิญพระองค์ท่าน
เสด็จพระราชดำเนินชมอาคารผู้ป่วยในหลังใหม่ของโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

          ต่อมานายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ได้อ่านรายชื่อผู้บริจาครายใหญ่จำนวน 25 คนที่ได้บริจาคให้กับโครงการนี้ของโรงพยาบาลตลอดแปดปีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนการบริจาคเริ่มตั้งแต่ $500 จนถึง $5,000 ผู้บริจาคแต่ละท่านได้เดินมาที่ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ชาย ก้มศีรษะคำนับและย่อเข่าลง หรือ ผู้หญิงหมอบกราบและรับพระราชทานโล่เงินสลักชื่อโดยโรงพยาบาล จากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจาก พิธีการที่น่าประทับใจนี้ นายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ได้คุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์กราบบังคมทูลเชิญพระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินชมอาคารใหม่ของโรงพยาบาล


ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินบริเวณภายในอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น)


          ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ คณะผู้ติดตามได้เดินเยี่ยมชมอาคาร ส่วนแขกผู้มีเกียรติท่านอื่นๆก็รับประทานน้ำชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพึงพอพระราชหฤทัยกับการติดตั้งที่ทันสมัยต่างๆ และ นายแพทย์ประสงค์ ชัยรัตน์ ก็สามารถตอบคำถามหลากหลายของพระองค์ท่านเกี่ยวกับเครื่องมือที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเช่นเดียวกับที่ดัดแปลงเองในเมืองไทย เครื่องหนึ่งที่ทรงสนพระทัยคือระบบเครื่องมือสื่อสารที่ดัดแปลงให้โดยเฉพาะสำหรับโรงพยาบาล โดยบริษัทฟิลลิปส์แห่งประเทศฮอลแลนด์(เนเธอร์แลนด์) เครื่องมือนี้ทำให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเลือกฟังหนึ่งในสี่ช่องโปรแกรมได้ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ  แผ่นเสียง เทป หรือ การกระจายเสียงสด โรงพยาบาลค่อยๆสะสมเป็นห้องสมุดของดนตรีหลากชนิด และ สารพระกิตติคุณในภาษาไทย  ภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ สำหรับการนี้ นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของเครื่องมือสื่อสารนี้คือผู้ป่วย - พยาบาล อินเทอร์คอม ซึ่งเป็นเครื่องแรกในเมืองไทย ห้องผู้ป่วยทุกห้องมีเตียงผู้ป่วยที่หมุนขึ้นลงได้ โต๊ะคร่อมเตียง (over-bed tables) โต๊ะเครื่องแป้งและเก้าอี้นั่งกรุไม้สักทำในเมืองไทย  เข้ากันกับสีประตูและและหน้าต่างที่ทาสีธรรมชาติ แผนกพิเศษประกอบด้วย หน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก ซึ่งมี เตียงสำหรับแผนกอายุรกรรม และ ศัลยกรรม  9 เตียง  และ ห้องพักฟื้น  ห้องเด็กอ่อนที่มีเปลนอนทารก (bassinet) 22 เปล 2 ห้อง และห้องเตรียมนม เปลนอนทารกผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาวางอยู่บนตู้ทำในประเทศไทยด้วยเหล็กเสตนเลสของญี่ปุ่น เนิร์สสเตชั่นมีอุปกรณ์ครบครัน ห้องทรีทเมนท์, ห้องแพนทรี และห้องเก็บอุปกรณ์สะอาด และห้องเก็บอุปกรณ์สกปรก อยู่ในแต่ละชั้นของ ทั้ง 4 ชั้นใหญ่ สิ่งของทั้งหมดนี้สำหรับ 160 เตียง (ไม่รวมเปลนอนทารก)  เพื่อมาแทนที่บ้าน 2 ชั้น หลังเก่า ซึ่งได้ผ่านการใช้เป็นอาคารผู้ป่วยใน 50 เตียงที่แออัดมา 16 ปี 


          ทางเข้าใหญ่ด้านหน้าโรงพยาบาลใหญ่ มีแผนกประชาสัมพันธ์ และ เวชระเบียน กิฟท์ชอป และ คอฟฟี่ชอปสำหรับผู้มาเยี่ยม ข้างหลังคอฟฟี่ชอป เป็นโต๊ะอาหารเย็น และ อาหารนึ่งสำหรับห้องอาหารของพนักงาน  อาคารชั้นเดียวที่ติดกับแผนกผู้ป่วยนอกและอาคารหลังใหม่ เป็นแผนกเภสัชกรรม และ แผนกการเงินและบัญชี ห้องผ่าตัดในอาคารชั้นเดียวที่ก่อสร้างมาก่อนหน้านั้น ได้ขยายใหญ่เป็นอาคารสามชั้น ประกอบด้วยแผนกห้องปฏิบัติการใหม่ (laboratory) และแผนกรังสีที่ชั้นล่าง, ห้องรอคลอด 9 เตียง และห้องคลอดที่ชั้น 3


           หลังจากการเดินทัวร์โรงพยาบาลประมาณ 45 นาทีเสร็จสิ้นลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับท่ามกลางเสียงแตร และระเบียบพิธีการอันเอิกเกริกและเหมาะสม  จากนั้นบรรดาแขกผู้มีเกียรติจึงได้เดินชมอาคารอย่างสบายๆ  งานพิธีใหญ่นี้สิ้นสุดลงเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน และเหล่าพนักงานก็มองย้อนกลับไปถึงวันแห่งประวัติศาสตร์นี้ด้วยความสุข และ ความทรงจำ  เหล่าพนักงานอธิษฐานว่าขอให้ทุกท่านยังคงระลึกถึงโรงพยาบาลในคำอธิษฐานของท่านในขณะที่โรงพยาบาลยังคงเป็นพยานด้านพลังการรักษาขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า ทั้งด้านร่างกาย และ จิตวิญญาณ”

 (บางส่วนจากจดหมายหมอแวลส์ : ฉบับเดือนธันวาคม ค.ศ.1965)      


อาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น) ช่วง ค.ศ.1965

ค.ศ.2024...สู่อาคารหลังใหม่ สูง 21 ชั้น 4 ชั้นใต้ดิน พร้อมพัฒนาเพื่ออนาคต


โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนจัดพิธีนมัสการพระเจ้า
ในโอกาสรื้อถอนอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น)
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ.2024


โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนจัดพิธีนมัสการพระเจ้า
เนื่องในโอกาสปิดให้บริการอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น)
เพื่อพัฒนาเป็นอาคารสูง 21 ชั้น 4 ชั้นใต้ดิน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2025



รื้อถอนอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ เพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ บันทึกภาพ ณ วันที่ 21 เมษายน ค.ศ.2025


 มื่อการเดินอันยาวนานนับแต่เปิดให้บริการอย่างเป็นการของอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ เดินทางมาถึงวันทำงานวันสุดท้าย โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนได้จัดพิธีนมัสการพระเจ้าเนื่องในโอกาสปิดการใช้งานอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2025 และเดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ทดแทนอาคารประสงค์ ชัยรัตน์ (อาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น) อาคารเมธาธิบดี และบางส่วนของอาคารผู้ป่วยนอก 3 ชั้น ด้วยงบประมาณการก่อสร้าง 3,650 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 21 ชั้น และชั้นใต้ดิน 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 76,650 ตารางเมตร ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 36 เดือน


Perspective อาคารใหม่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สูง 21 ชั้น ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น

Perspective อาคารใหม่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สูง 21 ชั้น ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น


Perspective อาคารใหม่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สูง 21 ชั้น ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น

Perspective ภายในอาคารใหม่ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


Perspective พื้นที่พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนในอนาคต


 โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนในปีที่ 75 พร้อมพัฒนาเพื่ออนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมทุกมิติของการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ (Holistic Healthcare) ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และบริการด้วยหัวใจเสมือนคนในครอบครัว 
                                                                                                                                                                                                          

    วันนี้โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

ดำเนินกิจการด้านสาธารณสุขภายใต้การดำเนินงานของ

     มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย

    

ด้วยยังคงยึดมั่นใน

พระธรรมคำสอนของพระเยซูคริสต์

จากก้าวแรก
     "คนปกติไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บต้องการหมอ" (ลูกา 5:31) 
สู่ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยปณิธานที่ว่า
     "จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย" (มัทธิว 10:8) 

 


จงวางใจในพระเจ้าด้วยสิ้นสุดในของเจ้า

และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง

จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า

และพระองค์จะทรงกระทำ

ให้วิถีของเจ้าราบรื่น

(สุภาษิต 3 : 5-6)


Trust in the LORD with all your heart.

Never rely on what you think you know.

Remember the Lord in everything you do,

and he will show you the right way.

(Proverbs 3 : 5-6) 

                 


    เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก :

    - จดหมายของนายแพทย์มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ แปลและเรียบเรียงโดย คุณธีรพันธ์ บุญมาพจร

    


 แล้วพบกับเรื่องเล่าขานความทรงจำของอาคารเมธาธิบดี และอาคารผู้ป่วยนอก 3 ชั้น 

 ในโอกาสต่อไปในเพจพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


 

                             แผนกพิพิธภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน                                              

            © 2025 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและข้อมูล โดย พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รำลึกถึงหมอบรัดเลย์ 23 มิถุนายน 2568

หมอบรัดเลย์:แพทย์มิชชันนารี ผู้จุดประกาย การแพทย์แผนใหม่และการพิมพ์แห่งสยาม วันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงศาสนาจารย์ นายแพทย์ แด...