จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย (มัทธิว 10:8)
Mission Established
การแพทย์แผนตะวันตกของคณะเพรสไบทีเรียนในประเทศไทยนั้น ระยะแรกมุ่งออกไปส่วนภูมิภาค โดยตั้งโรงพยาบาลแห่งแรกขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี จากนั้นขยายไปที่ภาคเหนือและภาคใต้เพิ่มอีกหลายจังหวัด แต่ไม่มีการตั้งโรงพยาบาลขึ้นในกรุงเทพฯ เลยสักแห่ง เนื่องจาก Board of Foreign Missions of the Presbyterian สหรัฐอเมริกา เห็นว่าขณะนั้นมีการตั้งโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ให้บริการอยู่แล้ว จึงควรขยายงานไปในส่วนภูมิภาคแทน กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานของสภาคริสตจักรในประเทศไทย รวมถึงมีมติให้ตั้งสถานพยาบาลคริสเตียนขึ้นในกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือคนเจ็บป่วยให้หายตามพระคัมภีร์ ดังนั้น จึงมีการสรรหาบุคลากร และเตรียมการทุกอย่างรอบคอบ เพื่อให้สถานพยาบาลที่จะเกิดใหม่แห่งนี้ เป็นโรงพยาบาลคริสเตียนที่มีมาตรฐานและบริการที่ดี
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การดำเนินงานของมิชชันนารีที่เริ่มต้นไว้เป็นเวลากว่าร้อยปีต้องสะดุดลง เนื่องจากรัฐบาลไทยเข้าดูแลกิจการของมิชชันทั้งหมด กระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง Board of Foreign Missions of the Presbyterian Church สหรัฐอเมริกา จึงเจรจาขอคืนกิจการทั้งหมดจากรัฐบาลไทย โดยส่งตัวแทน 5 คนเข้ามารับมอบคืนกิจการ ขณะเดียวกันก็สำรวจความต้องการของคริสตจักรด้านการแพทย์ในไทยเพิ่มเติม และตัดสินใจซื้อที่ดินจำนวน 14 ไร่ บริเวณคลองสีลม เพื่อวางแผนเป็นสถานพยาบาลในกรุงเทพฯ โดยระยะแรกมี "มาตาภวสถาน" ซึ่งเป็นสถานผดุงครรภ์และเลี้ยงเด็กของมิชชัน ขอย้ายเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวไปพลางก่อนจนกว่าจะเปิดกิจการโรงพยาบาล
![]() |
| สะพานข้ามคลองสีลมด้านหน้าโรงพยาบาล |
สานเครือข่าย
Dr.Edwin Charles Cort เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ ค.ศ.1908 - 1949 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ที่ช่วยติดต่อกับฝ่ายต่างๆ จนผลักดันให้เกิดโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนได้ ไม่ว่าจะผ่านบุคคลในวงการแพทย์ที่ท่านเคยช่วยให้ไปศึกษาต่อที่ Johns Hopkins Medical School ซึ่งพี่ชายท่านเป็น Professor บุคคลในสถานทูตสหรัฐอเมริกา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลไทย นอกจากนี้ท่านยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับราชสำนักไทยอีกด้วย
ด้วยพระพร
ในปี ค.ศ.1947 มิชชันมีมติจัดตั้งโรงพยาบาลขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยส่ง Dr.John Duncan McDaniel เข้ามาพร้อมครอบครัวในปี ค.ศ.1948 ท่านเข้ามาจัดการวางแผนผังสิ่งปลูกสร้างให้เหมาะสมที่จะเป็นโรงพยาบาล และสร้างตึก 2 ชั้น เชื่อมกับตึกเดิมเพื่อใช้เตรียมเป็นห้องผ่าตัดด้วย ทว่าในระยะเวลาไม่ถึงปี ภรรยาของท่านเกิดป่วยกะทันหัน จึงต้องกลับไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา ในปีค.ศ.1949
ต้นปี ค.ศ.1949 Dr.Marshall Philip Welles และครอบครัวเดินทางด้วยเครื่องบิน BOAC จากฮ่องกงมาลงสนามบินน้ำกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตามโทรเลขตอบรับที่มิชชันประเทศไทยส่งไปขอตัวท่านมาช่วยปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยระหว่างที่ท่านประจำอยู่ที่ประเทศจีน ขณะนั้นท่านไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าประเทศไทยอยู่ส่วนใดของโลก หลังจากอธิษฐานอยู่นาน Dr.Welles จึงตอบตกลงด้วยความศรัทธาต่อพระเจ้าและตระหนักในพระประสงค์ของพระองค์
เมื่อเดินทางมาถึงท่านได้รับการต้อนรับ และแนะนำให้รู้จักบุคคลสำคัญของหน่วยงานต่างๆในประเทศไทยผ่าน Dr.Edwin Charles Cort และพลตรีนายแพทย์สงวน โรจนวงศ์
ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากน้อยเพียงใด แต่ในที่สุดทุกคนต่างได้รับพระพรจากพระเจ้าให้ดำเนินการผ่านไปได้ด้วยดี กระทั่งสามารถเปิด "กรุงเทพฯ คริสเตียนพยาบาล" อย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ.1949 โดยมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีเปิด อันเป็นการตั้งต้นนับขวบปีที่ 1 อย่างเป็นทางการของโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
และในปี ค.ศ.2024 โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ปีด้วยพระพรของพระเจ้า จากความศรัทธา ความเชื่อ และตระหนักในพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อบำบัดรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยให้หายทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
"จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย" (มัทธิว 10:8)
แผนกพิพิธภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน


.jpg)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น